ความงาม



ฟิลเลอร์

ปรับรูปหน้าให้สวยตามต้องการด้วย "ฟิลเลอร์"

การใช้ฟิลเลอร์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถแก้ไขรูปหน้าได้โดยไม่ต้องลงมีดทำศัลยกรรม เห็นผลได้ทันทีหลังฉีด และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า การฉีดฟิลเลอร์นั้นสามารถช่วยเติมร่องลึกบริเวณต่าง ๆ ให้ดูดีขึ้นได้ และที่สำคัญ ฟิลเลอร์สามารถช่วยปรับรูปหน้าทำให้จุดต่าง ๆ บนใบหน้ามีมิติขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ใบหน้าดูเข้ารูปอย่างเป็นธรรมชาติได้อีกด้วย

ฟิลเลอร์คืออะไร


ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า คือ การฉีดสารไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA ที่มีลักษณะใส นิ่ม คล้ายวุ้น เพื่อใช้ในการเติมเต็มชั้นผิวที่เป็นร่องลึกในส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าให้ดูเต่งตึง มีน้ำมีนวล และดูอ่อนเยาว์กว่าวัยมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ การฉีดฟิลเลอร์แท้จะอยู่ได้นาน 6 เดือน ถึง 2 ปี แล้วแต่ยี่ห้อ บริเวณจุดที่ฉีด และการดูแลตัวเอง โดยการใช้ฟิลเลอร์ยังนิยมนำมาใช้ในการแก้ไขปรับแต่งรูปหน้าในบริเวณต่าง ๆ เช่น

  1. การเติมฟิลเลอร์ขมับ และการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่ช่วยลดริ้วรอยให้เต่งตึง และเรียบเนียนมากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดศัลยกรรม
  2. การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบเพื่อเติมเต็มความละมุนให้ใบหน้าดูอวบอิ่ม
  3. การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม สำหรับคนไข้ที่มีแก้มตอบลง
  4. การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อทำให้ผิวรอบดวงตาดูมีน้ำมีนวล และดูสุขภาพดี
  5. ฉีดฟิลเลอร์ปากเพื่อให้ริมฝีปากดูอิ่มสวยและทำให้หน้ากลับมาดูมีชีวิตชีวาเมื่อมีอายุที่มากขึ้น
  6. การฉีดฟิลเลอร์คาง ยังได้รับความนิยมในกลุ่มคนไข้ที่ต้องการมีรูปคางที่เรียวยาวอย่างเป็นธรรมชาติ

ฟิลเลอร์สามารถฉีดจุดไหนได้บ้าง

แน่นอนว่า การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้านั้นเป็นการเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ในร่างกายที่ขาดหายไป โดยบริเวณที่สามารถใช้ฟิลเลอร์เพื่อแก้ไขได้นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

  1. บริเวณทั่วไปที่นิยมฉีดทั้ง 7 จุด
  2. บริเวณอื่น ๆ ที่สามารถฉีดได้ทั้ง 4 จุด

โดยแต่ละบริเวณจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ดังนี้

บริเวณทั่วไปที่นิยมฉีดทั้ง 7 จุด

1. การฉีดฟิลเลอร์ขมับ

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาขมับบุ๋มลงไป ไม่โค้งไปตามรูปหน้า การแก้ปัญหาด้วยการฉีดฟิลเลอร์นั้นจะทำให้ขมับนั้นดูเต็มยิ่งขึ้นและโค้งสวยได้รูปหน้า

2. การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารอยย่นบนหน้าผาก หรือหน้าผากมีความแบน ไม่นูนสวยได้รูป การฉีดฟิลเลอร์จะสามารถเข้าไปเติมเต็มส่วนดังกล่าวได้ และทำให้หน้าผากดูกลมสวยได้รูปรับกับใบหน้า

3. การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวรอบดวงตา เช่น ปัญหาริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย ถุงใต้ตา และขอบตาดำ นอกจากนี้ การฉีดฟิลเตอร์ใต้ตายังช่วยแก้ปัญหาตาโบ๋ ตาลึก ตาโหล และตาดำจากกรรมพันธุ์และอายุที่มากขึ้นอีกด้วย

4. การฉีดฟิลเลอร์แก้ม (ลูกส้ม)

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแก้ปัญหาเรื่องแก้มตอบ โดยการฉีดแบบนี้จะช่วยเติมเต็มร่องแก้มที่ยุบลงไปและช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเป็นทรงมากยิ่งขึ้นฟิลเลอร์มีกี่ประเภท

5. การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีรอยพับบริเวณช่วงปีกจมูกที่เป็นเส้นเฉียงยาวลงมาที่มุมปาก โดยฟิลเลอร์ชนิดนี้สามารถช่วยเติมร่องแก้มให้ดูเต็มและดูอิ่มน้ำได้มากกว่าเดิม โดยปัจจุบันนี้ ฟิลเลอร์ร่องแก้มนั้นมีหลายราคาให้เลือกสรรตามความลึกและกว้างของร่องแก้มที่เกิดขึ้น

6. การฉีดฟิลเลอร์ปาก

เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อปากน้อย อยากให้รูปปากดูอิ่มฟูมากยิ่งขึ้น การฉีดฟิลเลอร์เป็นการเติมเต็มในส่วนของรูปปาก สามารถฉีดได้ทั้งปากบน และปากล่างในยุคปัจจุบันนั้นนิยมการฉีดฟิลเลอร์ปากมากพอ ๆ กับการศัลยกรรมปาก

7. การฉีดฟิลเลอร์คาง

เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการทำศัลยกรรมคาง ปลายคางทู่ หรือหน้าสั้น การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเติมเต็มให้คางนั้นมีรูปที่ยาวขึ้น และลดปัญหาการเกิดรอยย่นบริเวณคางอีกด้วย

บริเวณที่สามารถฉีดได้นอกเหนือจากบริเวณที่นิยม

1. การฉีดฟิลเลอร์ใต้คิ้ว

การฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้คิ้วเพื่อยกคิ้วนั้นค่อนข้างจะเห็นผลได้ไม่ชัดเจนมากนัก แต่สามารถทำได้ชั่วคราวเนื่องจากฟิลเลอร์มีหน้าที่เป็นสารคอยเติมเต็ม อาจจะเหมาะกับการเติมเต็มมากกว่าการฉีดเพื่อทำให้ผิวบริเวณนั้นยกขึ้น

2. การฉีดฟิลเลอร์โหนกแก้ม

การฉีดฟิลเลอร์โหนกแก้มเป็นหนึ่งในฟิลเลอร์ที่สามารถช่วยปรับรูปหน้าได้ โดยแพทย์จะทำการฉีดลงไปที่เยื่อหุ้มกระดูกโหนกแก้มแต่ละชั้นเพื่อปรับแต่งโครงหน้าในแบบที่คุณต้องการ

3. การฉีดฟิลเลอร์จมูก

การฉีดฟิลเลอร์จมูกเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความสนใจ เพราะ สามารถช่วยปรับรูปดั้งและสันจมูก ทำให้จมูกโด่งขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงยังสามารถปรับแก้ไขทรงจมูกที่ไม่ได้สัดส่วน หรือจมูกเบี้ยวได้ด้วย

ประเภทของฟิลเลอร์

นอกจากปริมาณและจำนวนครั้งในการฉีดแล้ว ปัจจัยที่ทำให้ฟิลเลอร์มีราคาต่างกันยังอยู่ที่ประเภทของฟิลเลอร์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าฟิลเลอร์จะแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

1. ฟิลเลอร์ประเภทที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้

  1. กรดไฮยาลูโรนิก Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารที่พบได้ตามผิวหนังและกระดูกอ่อนของร่างกาย สามารถอยู่ได้นาน 6-12 เดือน โดยเมื่อกรดชนิดนี้จับกับน้ำก็จะพองขึ้นเป็นเจล ซึ่งหากฉีดเข้าไปในร่างกายก็จะส่งผลให้ผิวเต่งตึงขึ้นมาด้วย ในปัจจุบันนี้ ฟิลเลอร์จากกรดไฮยาลูโรนิกนั้นได้การรับรองจาก อย. ว่าสามารถใช้กับร่างกายได้อย่างปลอดภัย
  2. ไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium hydroxyapatite) เป็นแร่ธาตุชนิดนี้พบได้ทั่วไปในกระดูกและฟันของคนเราได้เช่นกัน เมื่อนำมาผลิตเป็นฟิลเลอร์ฉีดเข้าร่างกาย จะอยู่ในรูปของสารละลายคล้ายเจล และสามารถคงผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน
  3. กรดโพลี แอล แลคติก (PLLA) เป็นสารโพลิเมอร์ที่มนุษย์สร้างขึ้น มีความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพและเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อในร่างกาย จึงมักนำมาใช้เป็นวัสดุเย็บแผลที่ละลายได้หรือใช้ดามกระดูกที่หัก การฉีดฟิลเลอร์จากสารชนิดนี้จะต้องฉีดซ้ำเป็นระยะเวลาหลายเดือน และผลลัพธ์จะค่อย ๆ เห็นชัดขึ้นในแต่ละครั้ง โดยสามารถคงอยู่ในร่างกายได้นานถึง 2 ปี

2. ฟิลเลอร์ประเภทที่ร่างกายสามารถดูดซึมไม่ได้

  1. พอลิเมธิลเมธาคริเลต Polymethyl Methacrylate (PMMA) เป็นฟิลเลอร์ที่สังเคราะห์ขึ้นมา เมื่อฉีดเข้าไปแล้วตัวฟิลเลอร์จะไม่สลายไปเอง โดยส่วนใหญ่สารนี้จะนำไปผสมกับคลอลาเจนที่ได้สัตว์ประเภทวัว ก่อนจะนำเข้ามาฉีดบนร่างกาย

ใครไม่ควรฉีดฟิลเลอร์บ้าง

  1. ผู้ที่มีประวัติแพ้สาร Hyaluronic Acid
  2. ผู้มีโรคประจำตัวต้องรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  3. คุณแม่ที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร
  4. ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชา
  5. ผู้ที่มีประวัติเป็นแผลคียลอยด์ง่าย

ข้อดี-ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์

ข้อดี

หลังจากฉีดแล้วเห็นผลทันที

ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น

สามารถย่อยสสลายได้ตามกาลเวลา และไม่มีสารตกค้าง

ข้อควรระวัง

ราคาสูง

ระยะเวลาอยู่ได้เพียง 6-11 เดือน หรือ 6เดือน -1/2ปี

หากไม่ได้ฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจะนำไปถึงผลร้ายที่จะตามมา เช่น ฟิลเลอร์ปลอมจะส่งผลให้ตาบอด เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต มีโอกาสเส้นเลือดอุดตัน หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียโฉม หรือเสียชีวิต

ข้อควรปฎิบัติ ก่อน-หลัง ฉีดฟิลเลอร์

 

เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์อย่างไร

  1. ก่อนได้รับการฉีดฟิลเลอร์ แพทย์จะสั่งให้หยุดยาประเภทแอสไพริน และยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDS
  2. งดวิตามิน เนื่องจากวิตามินบางชนิดอาจะทำให้เลือดไม่หยุดไหล
  3. งดเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ก่อนได้รับการฉีดฟิลเลอร์เป็นระยะเวลาประมาณ 1-3 วันเพื่อลดการอักเสบหลังทำ
  4. ไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ หรือ ให้นมบุตร
  5. ก่อนเข้ารับการฉีดต้องทำการทำความสะอาดใบหน้าก่อน หรือ บริเวณที่รับบริการเนื่องจากใบหน้าต้องสะอาดและไม่มีสารเคมีอยู่บนใบหน้าเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
 

เตรียมตัวหลังฉีดฟิลเลอร์อย่างไร

  1. ดื่มน้ำ 8-16 แก้ว ในช่วง 4 วันแรก เพื่อเพิ่มการอุ้มน้ำให้กับฟิลเลอร์ ผิวจะยืดหยุ่นเต่งตึง
  2. งดออกกำลังกาย ในช่วงแรกหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ ประมาณ 24 ชม. ไม่ควรออกกำลังกายอย่างหนัก
  3. งดสัมผัสความร้อน ได้แก่ การซาวน่า การออกแดดจัด
  4. งดเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์หลังได้รับการฉีดฟิลเลอร์เป็นระยะเวลาประมาณ 2-3 วัน
  5. งดการนวดหน้า ได้แก่ ทรีทเม้นท์ หรือ หัตถการประเภทให้ความร้อนเป็นระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
  6. นัดดูอาการ แพทย์จะทำการนัดดูอาการหลังจากฉีดฟิลเลอร์ 2 สัปดาห์ (หรือตามแพทย์นัด)
  7. หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ทันที

ทั้งนี้การฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าหรือเพื่อเติมเต็มใบหน้านั้นมาพร้อมกับความเสี่ยงเสมอในเรื่องของอาการแพ้ หากไม่ศึกษาให้ดีก่อน ผู้รับการฉีดต้องศึกษาในส่วนของสถานพยาบาล ความชำนาญของแพทย์ และอาการแพ้ยาของตนเอง เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตราฐานนั้นจะนำไปสู่การติดเชื้อ และอันตรายต่าง ๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นทางรักษาที่ดีที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ที่ FaceBody Clinic นั้น ทุกเคสจะทำโดยพี่หมอธีร์ซึ่งเป็นศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก นอกจากเครื่องมือและสารฉีดที่ได้มาตรฐานแล้ว พี่หมอธีร์ยังมีเทคนิคพิเศษในการวางแผนการฉีดตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดอีกด้วย หากใครสนใจ สามารถติดต่อเข้ามาที่คลินิกของเรา หรือ โทร 064-645-6469 หรือ Add Line: @facebodyclinic








     

064-645-6469

Scroll To Top