ศัลยกรรม



ยกคิ้ว

เปลี่ยนใบหน้าให้สมบูรณ์แบบขึ้นด้วย "ศัลยกรรมยกคิ้ว"

"คิ้วตก" เรื่องเล็กที่ใหญ่กว่าที่คิด

คิ้วเปรียบเสมือนมงกุฎของใบหน้า เพราะการมีตำแหน่งคิ้วที่ดีจะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูดีไปด้วย แต่ในปัจจุบันนี้ ปัญหาภาวะ "คิ้วตก" ที่หลาย ๆ คนประสบอยู่นั้นกลับส่งผลทางตรงต่อบุคลิกภาพและทำให้หน้าดูโทรมดูมีอายุเกินวัย นอกจากนี้ ภาวะคิ้วตกบริเวณหางตาก็จะส่งผลให้หนังตาตกตามไปด้วย อีกทั้งยังจะทำให้ดวงตาดูเศร้ามากกว่าที่ควรจะเป็น และยิ่งหากคิ้วตกมากกว่าที่ควรจะเป็น ก็จะทำให้เกิดอาการเนื้อเยื่อช่วงหางตาตกลงมารบกวนการมองเห็นได้อีกด้วย

แก้ไขปัญหา "คิ้ว" ได้ด้วยการศัลยกรรมยกคิ้ว

โดยทั่วไปแล้ว คิ้วที่ทำให้ใบหน้าสวยได้รูปนั้นจะอยู่ที่ตำแหน่งเหนือกระดูกเบ้าตา (Supraorbital Rim) และห่างจากเปลือกตาบนในระยะที่เข้ากับใบหน้าของแต่ละคน ซึ่งควรมีลักษณะที่โค้งเข้ารูป และมีหางคิ้วที่อยู่สูงกว่าหัวคิ้วเล็กน้อย ซึ่งหากใครมีปัญหาคิ้วไม่ได้รูปจนส่งผลต่อใบหน้า หรือคิ้วตกกว่าระดับสายตามากเกินไปจนทำให้บุคลิกดูไม่สง่างาม การศัลยกรรมยกคิ้วก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างเห็นผล เพราะการทำศัลยกรรมยกคิ้วจะช่วยปรับและแก้ไขปัญหาคิ้วที่ส่งผลต่อใบหน้าได้ โดยการผ่าตัดยกคิ้วนั้นจะช่วยปรับโครงสร้างบริเวณคิ้ว หางคิ้ว หว่างคิ้ว และหน้าผากได้แม้เพียงทำการยกคิ้วเพียง 1 จุด

ยกคิ้วแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

การผ่าตัดยกคิ้วถือเป็นการศัลยกรรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาหนังตาตก หรือ หย่อนคล้อยมากจนทำให้ดวงตาดูไม่สดใสและเกิดปัญหาตาหลบในตามมา นอกจากนี้ การยกคิ้วยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาผู้ที่ไม่มีช่องว่างระหว่างคิ้วกับตาได้อีกด้วย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาหนังตกและช่องว่างระหว่างคิ้วมักมีสาเหตุมาจากผิวหนังเริ่มที่หย่อนคล้อยลงเรื่อย ๆ จากอายุที่เพิ่มขึ้น สำหรับบางกรณี หนังตาตกอาจเป็นพันธุกรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดได้เช่นเดียวกัน

การศัลยกรรมยกคิ้วมีกี่แบบ

การแก้ปัญหาคิ้วตกสามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดยกคิ้ว ซึ่งการทำศัลยกรรมยกคิ้ว (Brow Lift) นั้น คุณหมอจะทำการกรีดด้านบนหรือด้านล่างของคิ้วเพื่อดึงผิวที่หย่อนคล้อยขึ้นมา แต่นี่เป็นเพียงการอธิบายถึงวิธีการผ่าตัดยกคิ้วแบบคร่าว ๆ เท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การยกคิ้วสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การยกคิ้วโดยการผ่าตัด และ การยกคิ้วด้วยการทำหัตถการ โดยเราจะอธิบายถึงการยกคิ้วในแต่ละประเภท ดังนี้

1. การยกคิ้วด้วยวิธีการผ่าตัด

การผ่าตัดยกหางคิ้ว หรือ การทำศัลยกรรมยกคิ้วด้วยวิธีการผ่าตัดนั้นจะมีเทคนิคการผ่าตัดทั้งหมด 4 เทคนิค ได้แก่

  1. Scarlez-T Brow Lift Surgery ซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษของคุณหมอธีร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุและความงามของ FaceBody Clinic เลือกใช้
  2. เทคนิค Direct Brow Lift ที่เป็นเทคนิคพื้นฐาน
  3. เทคนิค Pretrichial Incision Brow Lift
  4. เทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้อง Endoscopic Brow Lift

โดยแต่ละเทคนิคนั้นจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ดังนี้

ยกคิ้วเทคนิคเฉพาะ Scarlez-T (Scarlez-T Brow Lift Surgery)

การศัลยกรรมคิ้วตกด้วยเทคนิค Scarlez-T หรือ Scarlez-T Brow Lift Surgery นั้นเป็นวิธีที่คุณหมอธีร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจักษุเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาขึ้นมาจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาจนกลายเป็นเทคนิคเฉพาะ

ซึ่งขั้นตอนในการทำนั้น คุณหมอธีร์จะทำการยกคิ้วในส่วนของคิ้วโดยตรง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้แผลด้านนอกนั้นมีขนาดที่เล็ก แต่สามารถเห็นผลได้ในทันที ดังนั้น คิ้วของผู้เข้ารับการผ่าตัดจึงมีอาการบวมที่น้อย ใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นไม่นาน โดยส่วนใหญ่แล้ว แผลและอาการบวมจะค่อย ๆ หายไปในเวลา 3 - 5 วัน และผลลัพธ์จากการศัลยกรรมยกคิ้วด้วยเทคนิคนี้จะเข้าที่อย่างสมบูรณ์เมื่อเวลาผ่านไป 1 - 4 สัปดาห์

ข้อดีของการยกคิ้วเทคนิค Scarlez-T

แผลมีขนาดเล็ก และจะจางหายไปตามระยะเวลา

อาการบวม ช้ำ มีน้อย

ไม่ต้องพักฟื้นที่สถานพยาบาล สามารถกลับได้เลยหลังทำเสร็จ

ข้อควรระวังของการยกคิ้วเทคนิค Scarlez-T

ต้องใช้ความระมัดระวังในการดูแลแผลหลังผ่าตัด เนื่องจากเป็นเทคนิคเฉพาะที่ต้องการผลลัพธ์ ไร้แผลเป็นจึงต้องดูแลเป็นอย่างดี


ยกคิ้วเทคนิค Direct Brow Lift

การผ่าตัดยกหางคิ้วด้วยเทคนิค Direct Brow Lift นั้นเป็นวิธียกคิ้วแบบดั้งเดิมที่จะเห็นได้จากการผ่าตัดยกคิ้วทั่ว ๆ ไป โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเทคนิคนี้จะทำการกรีดแผลบริเวณขอบคิ้ว และเย็บชั้นผิวหนังเก็บขึ้นมาเพื่อดึงคิ้วให้สูงขึ้น ซึ่งเทคนิคนี้จะสามารถผ่าตัดได้กับตาทุกรูปแบบ แม้เป็นผู้ที่มีเปลือกตาหนาและยากต่อการยกคิ้วก็สามารถใช้ได้

แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว เทคนิค Direct Brow Lift กลับไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากหลังการศัลยกรรมยกคิ้วแล้วจะทิ้งแผลผ่าตัดที่บริเวณใบหน้า ซึ่งสามารถเห็นแผลได้ชัดเจนหลังผ่าตัด ทั้งนี้ รอยแผลจะค่อย ๆ จางลงขึ้นอยู่กับการดูแลและสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ข้อดีของการยกคิ้วเทคนิค Direct Brow Lift

รักษาง่าย เปลือกตาหนาก็สามารถทำได้

ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ก็สามารถยกคิ้วได้ในราคาไม่แพง

ข้อควรระวังของการยกคิ้วเทคนิค Direct Brow Lift

เห็นแผลบริเวณคิ้วชัด

เหมาะเฉพาะกับคนผิวขาว เนื่องจากรอยแผลเป็นจะเห็นไม่ชัดเจนในกลุ่มคนขาว (ยุโรป)


ยกคิ้วเทคนิค Pretrichial Incision Brow Lift

การศัลยกรรมยกคิ้วด้วยเทคนิค Pretrichial Incision Brow Lift นั้นเป็นวิธีที่แพทย์จะทำการกรีดแผลเป็นแนวยาวบริเวณเหนือหน้าผากขึ้นไปคล้ายกับการคาดผม จากนั้นจะทำการดึงหน้าผากและยกคิ้วขึ้นตาม

จากวิธีข้างต้นจะเห็นได้ว่า การผ่าตัดยกคิ้วด้วยเทคนิค Pretrichial Incision Brow Lift จะเป็นการผ่าตัดแบบเปิดแผลยาว ดังนั้น การรักษาด้วยเทคนิคนี้จำเป็นต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญลงมือผ่าตัดเท่านั้น เพราะบริเวณหน้าผากและส่วนบริเวณคิ้วนั้นเป็นศูนย์รวมเส้นประสาทบนใบหน้า หากทำการศัลยกรรมคิ้วตกไม่ดีอาจมีโอกาสเสี่ยงต่อการตัดโดนเส้นประสาทบริเวณอื่น ๆ ได้

ข้อดีของการยกคิ้วเทคนิค Pretrichial Incision Brow Lift

สามารถแก้ไขตาตกได้ พร้อมกับช่วยลดรอยย่นบนหน้าผาก

ข้อควรระวังของการยกคิ้วเทคนิค Pretrichial Incision Brow Lift

เป็นเทคนิคที่ค่อนข้างอันตรายหากแพทย์ผู้รักษาไม่เชี่ยวชาญ

เป็นการผ่าตัดใหญ่ต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นนาน


ยกคิ้วเทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้อง Endoscopic Brow Lift

การยกคิ้วด้วยเทคนิค Endoscopic Brow Lift นั้นเป็นการประยุกต์นำกล้องส่อง Endoscopic มาใช้ จึงไม่ต้องกรีดแผลยาว ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่าแบบเดิมมาก และยังเป็นการเพิ่มพื้นที่บริเวณรอบดวงตาทำให้ดวงตาดูโตขึ้น โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะกำหนดจุดเปิดเปิดแผลเพื่อสอดกล้องประมาณ 3 - 5 จุด แต่ละจุดจะเป็นแผลขนาดเล็กประมาณ 3 - 4 ซม. โดยแผลจะซ่อนอยู่ตามแนวไรผมสังเกตได้ยาก และได้ผลลัพธ์ที่ดี

ข้อดีของการยกคิ้วเทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้อง Endoscopic Brow Lift

ไม่มีแผลบริเวณใบหน้า เนื่องจากแผลจะถูกซ่อนอยู่บนไรผมด้านบน

ใช้ระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์ และพักฟื้นไม่นาน

ข้อควรระวังของการยกคิ้วเทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้อง Endoscopic Brow Lift

ต้องพักฟื้นในสถานพยาบาลหลังได้รับการรักษา 2-3 ชม. ถึงจะสามารถกลับได้

เป็นการผ่าตัดยกคิ้วที่มีราคาสูงเนื่องจากต้องใช้กล้องส่อง Endoscopic เป็นอุปกรณ์เสริม

ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอายุมาก หรือมีโรคประจำตัว เนื่องจากการผ่าตัดมีการวางยาสลบ

2. การยกคิ้วด้วยวิธีหัตถการและนวัตกรรม

นอกเหนือจากการผ่าตัดยกคิ้วแล้ว การยกคิ้วยังสามารถทำได้ด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด หรือ เรียกง่าย ๆ ว่าวิธีหัตถการนั่นเอง โดยการยกคิ้วด้วยวิธีหัตถการนั้นมีอยู่ 4 แบบ ได้แก่

  1. การยกคิ้วด้วยวิธีการฉีด Botulinum toxin
  2. การยกคิ้วด้วยการฉีด Filler
  3. การยกคิ้วด้วยการร้อยไหม
  4. การยกคิ้วด้วยนวัตกรรมคลื่นความถี่ (Hifu)

โดยแต่ละแบบนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ละบุคคล ซึ่งการรักษาแต่ละประเภทจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ดังนี้


การยกคิ้วด้วยวิธีการฉีด Botulinum toxin

Botulinum toxin หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักในชื่อของโบท็อกซ์นั้นเป็นตัวยาที่จะไปยับยั้งริ้วรอย รอยเหี่ยวย่นของกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก คิ้ว หางตา และช่วยให้รอยต่าง ๆ บนใบหน้ายกกระชับ เต่งตึงได้รูปทรงมากยิ่งขึ้น

ซึ่งนอกจากจะรักษารอยเหี่ยวย่นได้แล้ว Botulinum toxin ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ทรงคิ้วให้สวยงามจากการมีคิ้วตก หรือมีรอยย่นที่ตา เป็นการยกคิ้วที่ให้ผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะ ตัวยาจะสามารถช่วยยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณคิ้ว ตกแต่งริ้วรอยเหี่ยวย่นให้ยกตึงขึ้นจนคิ้วได้ทรงสวยตามความต้องการ เหมาะสมกับรูปหน้า และยังช่วยทำให้ดวงตากลมโต ใบหน้าดูสดใสขึ้นได้ ซึ่งจะเริ่มเห็นผลชัดเจนภายใน 3 - 7 วันหลังการฉีดโบท็อกซ์ แล้วจะค่อย ๆ ยุบสลายไปภาย 4 – 6 เดือน


การยกคิ้วด้วยการฉีด Filler

Filler หรือฟิลเลอร์จะเป็นตัวยาที่ใช้เพื่อเติมเต็มในส่วนต่าง ๆ บนบริเวณใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ หน้าผาก หว่างคิ้ว ขมับ ใต้ตา ร่องแก้ม คาง และบริเวณแก้ม (ลูกส้ม) ซึ่งหากใครสนใจใช้ Filler ในการยกคิ้วแพทย์จะทำการฉีดฟิลเลอร์เข้าที่บริเวณใต้คิ้ว แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว การยกคิ้วด้วย Filler นั้นจะเห็นผลค่อนข้างน้อย เนื่องจาก Filler เน้นในส่วนของการเติมเต็ม และที่สำคัญ ตัวยาจะสลายไปไปเองใน 6-8 เดือน


การยกคิ้วด้วยการร้อยไหม

ไหมที่นำมาใช้กับบนใบหน้านั้นจะมีด้วยกันทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ ไหมเรียบ (Mono threads) , ไหมหล่อ (Molding) , ไหมที่มีเงี่ยง (Cog threads) และ ไหมเติมเต็ม (Cavern) โดยไหมแต่ละประเภทนั้นจะมีการใช้งานและประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งสำหรับการร้อยไหมเพื่อยกคิ้วนั้น นอกจากจะใช้ช่วยยกกระชับ ฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอยและปรับรูปหน้าให้ดูเรียวได้แล้ว การร้อยไหมยกคิ้วยังเป็นการรักษาที่เห็นผล ไหมละลายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และสามารถยกคิ้ว รวมถึงช่วยกระชับใบหน้าได้นาน 1 - 2 ปีเลยทีเดียว


การยกคิ้วด้วยคลื่นความถี่ (Hifu)

การใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง หรือ Hifu นั้นจะเป็นการส่งคลื่นเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวหนังในชั้น SMAS หดตัว ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับการเย็บที่เนื้อ โดยวิธีนี้จะเป็นการกระตุ้นให้ผิวหนังสร้างคอลลาเจน หรือ สร้างเนื้อเยื่อใหม่ใต้ผิวหนัง และสุดท้าย เนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นใหม่จะช่วยผิวหน้าด้านนอกให้ดูกระชับ และอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น ซึ่งหากนำมาใช้ที่คิ้วก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อผิวชั้นนอก และไม่กระทบต่อการทำงานของร่างกาย โดยการยกคิ้วด้วยการ Hifu นั้นจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน และผลลัพธ์จะสามารถอยู่ได้อย่างน้อย 6 เดือน - 1 ปีขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและการดูแลของแต่ละบุคคล


ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดยกคิ้ว หรือการใช้เทคนิควิธีหัตถการในการยกคิ้ว จะเห็นได้ว่า ทุกเทคนิคมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ เพื่อยกคิ้วให้รับกับใบหน้า พร้อมเสริมสร้างความมั่นใจ รวมไปถึงปรับโครงสร้างของใบหน้าให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการมากที่สุด และถึงแม้ว่าแต่ละเทคนิคจะมีความแตกต่างกันอย่างไร ผู้ที่เข้ารับการรักษาทุกคนจะต้องได้รับการประเมินอาการ ความต้องการ และความเป็นไปได้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อผลลัพธ์ที่ออกมาดีที่สุด และอยู่ได้นานที่สุด

สุดท้ายนี้ หากใครสนใจการศัลยกรรมยกคิ้วเพื่อให้รับกับรูปหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีสัดส่วนใบหน้าที่ไม่สมดุลและมีหางตาที่ตกจนทำให้ดดวงตาดูเศร้า เทคนิคพิเศษ Scarlez-T Brow Lift Surgery ของคุณหมอธีร์ถือว่าสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเทคนิคพิเศษนี้ยังเป็นเทคนิคที่สามารถทำพร้อมกับการศัลยกรรมตาสองชั้นได้ในคราวเดียว

ที่สำคัญคุณหมอธีร์ยังเป็นจักษุแพทย์ที่สามารถแก้ปัญหาดวงตาอย่าง ตาปรือ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง และการปรับรูปตาไปพร้อมกับการศัลยกรรมยกคิ้วและการทำตาสองชั้นได้อีกด้วย หากใครที่กำลังมองหาทางแก้ไขเรื่องปัญหาเรื่องคิ้ว คุณสามารถแวะมาปรึกษากับพี่หมอธีร์ที่ FaceBody Clinic ได้ทุกเวลา


 

 





     

064-645-6469

Scroll To Top