ศัลยกรรม



ปลูกผม

การปลูกผม ( Hair Transplantation ) เป็นหนึ่งในการศัลยกรรมผิวหนังเพื่อแก้ไขปัญหาศีรษะล้าน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะใช้ผมของตัวผู้เข้ารับการปลูกผม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน และอีกหนึ่งทางเลือกนั่นคือการปลูกผม และวิธีปลูกผมก็มีหลากหลายวิธีให้เลือกรักษาที่เหมาะกับตัวบุคคล และการปลูกผมมีมากมายหลายวิธีที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องผม วันนี้จะพามาทำความรู้จักกับ 3 วิธีที่ได้รับการการันตีว่าได้มาตรฐาน “FUT FUE DHI”  และมาพร้อมกับข้อดี ข้อเสียในแต่ละเทคนิค ที่เหมาะกับคุณ

ปลูกผมเทคนิคFUT (Follicular Unit Transplantation)

เป็นการปลูกผมถาวรเทคนิคมาตรฐานที่ยังใช้สากลทั่วโลก โดยจะเป็นการตัดเอาหนังศีรษะด้านหลังซึ่งมีรากผมที่แข็งแรงและแทบไม่มีการหลุดร่วงของเส้นผม เป็นการผ่าตัดเล็ก โดยนำมาปลูกในบริเวณที่มีปัญหา (ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน) ซึ่งการปลูกผมแบบผ่าตัดนั้นเป็นการผ่าตัดที่ไม่ต้องใช้ยาสลบ ใช้แต่การฉีดยาชาเฉพาะบริเวณที่ทำการปลูกย้ายเซลล์รากผมเท่านั้น โดยระยะเวลาในการผ่าตัดนั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนรากผมที่ปลูกร่วงแต่ละบุคคล โดยผลลัพธ์ของการปลูกย้ายเซลล์รากผมแบบผ่าตัดนั้นเห็นผลชัดเจนและมีความปลอดภัยสูงเพราะดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการปลูกผมโดยตรง

ข้อดีเทคนิค FUT

● เป็นแผลแบบปิดโอกาสติดเชื้อ น้อยกว่า 1 %

● ใช้ระยะเวลาในการทำเมื่อเทียบกับจำนวนกราฟแล้วใช้เวลาสั้นกว่า

● สามารถทำได้ครั้งละมากๆ เช่น เกิน 2,500 กราฟขึ้นไป

● สามารถไว้ผมยาวปิดแผลได้ เพราะบริเวณด้านหลังจะโกนผมออกเล็กน้อย เฉพาะบริเวณที่นำชิ้นเนื้อออกมา

● เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเป็นบริเวณกว้าง

ข้อเสียของ FUT

● เกิดรอยแผลเป็นที่เห็นได้ชัด เป็นแนวยาว

 

ปลูกผมเทคนิคFUE (Follicular Unit Extraction)


เป็นการปลูกผมถาวรแบบย้ายเซลล์ผมโดยไม่ต้องตัดหนังศีรษะออกมาเป็นชิ้นยาว ไม่มีแผลเย็บเหมือนวิธีทั่วไป (strip FUT) โดยวิธีนี้จะใช้หัวเจาะขนาดเล็ก 0.8-1.2 มม. เจาะลงไปรอบๆ กอผมลึกลงไปถึงรากผมด้านล่าง จากนั้นแต่ละกอผมจะถูกดึงออกมาจากหนังศีรษะ ซึ่งเป็นเทคนิคมาตรฐานสากลที่ใช้ทั่วโลก ได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคนิคที่ให้ผลเรื่องความสวยงาม และดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ศัลยกรรมปลูกผมจึงเป็นวิธีแก้ปัญหาผมบางที่ได้ผลมากที่สุด

 

ข้อดีของ FUE 

● มีแผลเป็นน้อยกว่า อาจจะเป็นจุดขาวๆที่สังเกตุได้ยาก

● เจ็บน้อยกว่า

● สามารถเก็บรากผมได้หลากหลายที่ ทั้งจากด้านหลัง ขนหน้าอกหรือหนวด หน้าแข้งได้หมด

ข้อเสียของ FUE

● ได้จำนวนรากผมมาน้อยกว่า

● รากผมที่ดึงออกมาบางส่วนขาดหรือเสียหาย ทำให้เจาะ 1000 รู ก็อาจจะไม่ได้รากผม 1000 กราฟ ขึ้นกับความชำนาญ

● มีอัตราการติดดีมาก แต่ติดน้อยกว่าวิธีปลูกผม แบบ FUT

 

ปลูกผมเทคนิค DHI  (Direct Hair Implantation)


เป็นวิธีการจะคล้ายๆ กับ การปลูกผมด้วยเทคนิค FUE จะต่างกันตรงขั้นตอนการปัก การปลูกผมถาวรเทคนิค DHI นั้น เราใช้เครื่องมือเฉพาะทางที่ชื่อว่า DHI Implanter ลักษณะคล้ายปากกาในการปักและปลูกภายในครั้งเดียว และสามารถควบคุมความลึก มุม และทิศทางของรากผม เพื่อให้เส้นผมใหม่ที่ปลูกไปมีลักษณะเดียวกันกับผมตามธรรมชาติของคุณ และยังสามารถปลูกได้แม่นยำ และเส้นผมความยาวประมาณ 2-3 .. ซึ่งต่างจากเทคนิค FUE แพทย์จะใช้ Forceps เจาะรูก่อนแล้วปักเซลล์รากผมลงไป ซึ่งวิธีการนี้จะเจ็บน้อยกว่า FUE และได้เส้นผมที่แน่นถี่กว่าในปริมาณสูงสุด ผมเป็นธรรมชาติมากกว่า ทำการปลูกผมแบบ DHI ให้เสร็จสิ้นในวันเดียว อาจใช้เวลา 8-10 ชั่วโมง ในขณะที่เทคนิค FUE จะใช้เวลา 6-8 ชั่วโมง การปลูกผมแบบ DHI เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาศีรษะล้านเถิก เนื่องจากกรรมพันธุ์หัวล้าน ที่อยากแก้ปัญหาด้วยการศัลยกรรมปลูกผมแบบไม่ต้องเกิดแผลเป็นขนาดใหญ่ เป็นวิธีการที่มีความปลอดภัยสูง และมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำ และยังทำให้ผมมีอัตราการอยู่รอดสูงมาก (สูงกว่า 90%)

 

ข้อดีของ DHI 
● เจ็บน้อยกว่า FUE
● ได้จำนวนกราฟที่ปลูกมากถึง 3,500-4,000 กราฟ
● ไม่มีรอยแผลเย็บ

ข้อเสียของ DHI
● รากผมที่ดึงออกมาบางส่วนขาดหรือเสียหาย ทำให้เจาะ 1000 รู ก็อาจจะไม่ได้รากผม 1000 กราฟ ขึ้นกับความชำนาญ
● รากผมที่มีขนาดยาวอาจจะไม่แข็งแรงในช่วงแรก หากสาง เสย หรือหวีอาจทำให้ผมหลุด

Hair Life Cycle

วัฎจักรของผมคือการเกิดของผม หลุดร่วง และงอกใหม่ สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าหากผมที่หลุดออกไป ไม่งอกใหม่กลับมาต้องแก้ไขยังไง สาเหตุของการเกิด คืออะไร เรา จะพามาทำความรู้จักกับวัฎจักรผมและสาเหตุของการหลุดร่วงของผม

ผมร่วงแบ่งได้เป็น 3 ระยะ

1. ระยะแอนนาเจน ( Anagen phase ) เป็นระยะที่เส้นผมมีการเจริญเติบโตและแบ่งตัวยาว ขึ้น เส้นผมบนหนังศรีษะประมาณ 80- 90% อยู่ในระยะนี้ และจะอยู่ระยะนี้นาน 2-3 ปี แล้วก็จะ เปลี่ยนเข้าสู่ระยะที่ 2

2. ระยะคาตาเจน ( Catagen phase ) เป็นเส้นผมระยะพัก เส้นผมในระยะนี้จะไม่มีการแบ่ง ตัว บนหนังศรีษะเป็นเส้นผมระยะนี้ ประมาณ 1% หลังจากนั้นจะเข้าสู่ระยะที่ 3

3. ระยะเทโลเจน ( Telogen phase ) พบประมาณ 10% บนหนังศรีษะ เป็นเส้นผมระยะหลุด ร่วง หลังจากเส้นผมหลุดร่วงออกไป เส้นผมก็จะเข้าสู่ระยะที่ 1 ใหม่ เวียนไปเรื่อยๆ

สาเหตุของอาการผมร่วง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

1.กรรมพันธุ์ เป็นสาเหตุเกือบทั้งหมดของผมร่วง พบได้มากกว่า 95% และทำให้เกิดศีรษะล้าน แบบถาวร อย่างที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไป ศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์มีรูปแบบและลักษณะเฉพาะที่ เป็นเอกลักษณ์ กล่าวคือ

1.1 ในผู้ชาย มักเริ่มจากมีการถอยร่นของแนวผมทางด้านหน้าลึกเข้าไปเป็นง่าม และ เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุ บางคนอาจมี ศีรษะล้าน ด้านหลังตรงบริเวณขวัญร่วมด้วย สุดท้ายแล้วถ้าผมยังไม่หยุดร่วง ศีรษะล้าน ทั้ง 2 บริเวณจะลามเข้าหากันจนกลายเป็น ศีรษะ ล้าน บริเวณกว้าง ซึ่งจะเป็นมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ของคนๆนั้น

1.2 ในผู้หญิง มีรูปแบบแตกต่างจากผู้ชาย คือจะมี ผมบาง เฉพาะตรงบริเวณกลาง ศีรษะเท่านั้น ส่วนแนวผมด้านหน้ายังคงดีอยู่ไม่ถอยร่นเข้าไปเหมือนในผู้ชาย แต่บางคนอาจมี ศีรษะเถิกแบบผู้ชายก็ได้ อาการดังนี้
● เริ่มมีผมบางลงจะเห็นได้ชัดตรงรอยแสกของเส้นผมแต่ผมยังบางไม่มากนัก
● ผมบางมากขึ้นจนเริ่มเห็นหนังศีรษะพื้นที่ศีรษะล้านขยายมากขึ้นกว่าเดิม

● ผมบางมากจนเห็นหนังศีรษะชัดเจนพื้นที่ศีรษะล้านขยายออกไปทางด้านข้าง

คนที่เป็นผมร่วงจากกรรมพันธุ์ มักพบว่ามีประวัติคนในครอบครัวหรือญาติ ศีรษะล้าน ร่วมด้วย แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมีเสมอไป บางคนบิดามารดาศีรษะไม่ล้าน ส่วนลูกหลานกลับมี ศีรษะล้าน ก็ได้ขึ้นกับปัจจัยที่ควบคุมให้ยีน ศีรษะล้าน แสดงหรือไม่แสดงออก

2 . สาเหตุอื่นๆ พบได้น้อย มีด้วยกันหลายโรค โรคที่พบได้บ่อยคือ ผมร่วงชนิดเป็นหย่อม หรือ มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า Alopecia Areata โรคของต่อมไทรอยด์เช่น ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ( Toxic goiter ) ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย ( Hypothyroidism ) โรคโลหิตจาง ภาวะหลังคลอด บุตร หลังฟื้นไข้และผ่าตัดใหญ่ การอดอาหารมาก ๆ เพื่อลดน้ำหนัก ความเครียด โรคผิวหนัง บางชนิด โรคจิตที่ชอบถอนผมตัวเอง ( Trichotillomania ) มะเร็ง รังไข่ที่ผลิตฮอร์โมนเพศชาย โรคเอสเอลอี โรคไข้ไทฟอยด์ โรคซิฟิลิส โรคเบาหวาน การเจ็บป่วยเรื้อรัง หรืออาจเกิดจากยา บางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัดเพื่อรักษามะเร็ง เป็นต้น

นอกเหนือจากการปลูกผมแบบย้ายรากผมแล้วนั้น การทำ Plasma Hair PRP เพื่อช่วยในการ เจริญเติมโตของผม และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนั้นยังแนะนำ ในการปลูกผม พร้อมกับการฉีด Plasma Hair PRP เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพในการงอกใหม่ของผมอีกด้วย

 

Plasma Hair PRP


การทำ Plasma Hair PRP ช่วยไปกระตุ้นการซ่อมแซมของรากผม และหนังศีรษะลดการหลุด ร่วงของเส้นผมได้ การทำ Plasma Hair PRP ถือเป็นการบำรุงผมในเชิงคุณภาพให้ผมอวบ อ้วน สวย และหลุดร่วงยากขึ้น

ปลูกผมร่วมกับการฉีดPRP


การทำ Plasma Hair PRP ควบคู่ไปด้วย เพราะว่าระหว่างที่ย้ายเซลล์รากผมจากด้านหลัง หนังศีรษะมาปลูก เซลล์ที่ปลูกใหม่ยังไม่มีเลือดเข้าไปหล่อเลี้ยงทำให้อาจจะมีเซลล์ตายไปบ้าง (อัตราอยู่รอดที่ 90%) แต่หากเราได้มีการเตรียมพื้นที่ที่จะทำการปลูกผมด้วยการฉีด Plasma Hair PRP ก็จะทำให้เซลล์รากผมมีอาหารหล่อเลี้ยงในระหว่างที่รอให้มีการสร้างเส้นเลือด ใหม่มาหล่อเลี้ยงรากผมนั้นในระยะยาว ทำให้มีอัตราอยู่รอดสูงขึ้นไปอีก จึงเป็นตัวเลือกที่ แนะนำให้ทำพร้อมกับการปลูก

 

ในแต่ละเทคนิคและขั้นตอนต่างๆนั้น เหมาะกับเฉพาะบุคคลเท่านั้น ดังนั้นการศึกษาหา ข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกผม นั้นสำคัญมากต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด


ภาพเคสปลูกผมจากคลินิคเฟสบอดี้ 





     

064-645-6469

Scroll To Top